-- Kiss the Baby Winter Sky --

posted on 19 Jan 2009 12:20 by wildsoul in TVXQ

-- Kiss the Baby Winter Sky --

 

 

 

 

 

 

ไม่ได้อัพนานอีกละอ่ะ - -" (รู้สึกเด๋วนี้ขึ้นต้นด้วนประโยคนี้ทุกเอนทรี่ 555)

ตอนนี้หมี่สอบไฟนอลเสร็จของวิชาวินเทอร์มาอาทิตย์กว่าแล้ว

ในที่สุด~~~ วันหยุดที่แท้จริงของชีวิตก็มาถึง หึหึหึหึหึ

ตอนนี้มีความสุข หลั่นล้ากับชีวิตมากๆๆ ช่วงนี้จะมองอะไรก็เบิกบานไปหมดเลยยย

 

วันนี้ก็เอาโน้ตบุ้คมาวางไว้บนเตียง เอาตัวยัดผ้านวมแล้วนอนพิมเอนทรี่

เปิดเพลงเพราะๆคลอไปก็นอนพิมพ์ไป เปิดคลับโหลดหนัง

อัพเอนทรี่เสดปุ้ป ได้ดูหนังปั้ป อื้มมมม มีฟามสุข ><~~

 

 

 

 

ตั้งแต่อาทิตย์นี้ หมี่ก็กะว่าจะนั่งระลึกถึงเรื่องที่ผ่านๆมาที่ทำไปเมื่อปีที่แล้วอ่ะ

จริงๆแล้วก่อนจะมาเขียนบล้อคเป็นคนชอบเขียนไดอารี่มากๆ

อย่างปีที่แล้วเขียนทุกวันเลย มีน้อยวันมากๆที่จะไม่ได้เขียน

 

อันบนเหลืองๆนี่เป็นไดอารี่ของเมื่อปี 2007อ่ะ หมี่เขียนเต็มเล่มเลย

ตัวเล่มไดอารี่เป็นรูปจากหนังสือเรื่อง Le Peitit Prince~ รูปสวยมากกก

ตัดใจซื้อมาด้วยราคา หมื่นหกพันวอน T.T พระเจ้า ตอนนั้นว่าเยอะนะ

เรทเงินตอนนั้นก็ 37-38 คิดเป็นเงินไทยแล้ว ไม่คิดว่าตัวเองจะบ้าซื้อไดอารี่แพงขนาดนี้

 

แต่พอใช้มาถึงตอนนี้คิดว่าใช้คุ้มมากเลยอ่ะ เขียน แปะตั๋ว แปะรูปอะไรจนตัวเล่มอ้วนพองเชียว

พอเอามาอ่านแล้วก็ตลกตัวเองดีนะ เหมือนเขียนวันนั้น ก็จะเป็นความรู้สึกของวันนั้นๆ

พอย้อนกลับไปอ่านก็เห็นอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของตัวเองชัดเจนมากๆเลยอ่ะ

 

บางทีการมาอยู่ต่างประเทศคนเดียวแบบนี้ หมี่ว่ามันก็ทำให้เรา "ลืมตัว" ไปบ้างเหมือนกัน

พอมาเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ พบเจอคนนู้นคนนี้มากมาย

มันก็ลืมว่าจริงๆเราเป็นคนยังไง ลืมว่าจริงๆเราควรทำตัวยังไงกับชีวิต

จำได้ว่ามีช่วงนึงที่รู้สึกสับสนกับตัวเองมาก กลับไปอ่านไดอารี่ย้อนหลังแล้วร้องไห้เลย

เหมือนมันไม่คิดว่าตัวเองจะเปลี่ยนไปขนาดนี้อ่ะ เหมือนในวินาทีที่อ่านสติมันดึงตัวตนของเรากลับมา

 

ย้อนกลับไปคิดๆ ก็คิดไปว่า ถ้าหมี่ไม่ได้เขียนไดอารี่นั้นมา หมี่จะรู้สึกตัวมั้ย

จะเตลิดไปถึงไหนถึงไหนแล้วรึเปล่าก็ไม่รู้ หมี่เลยรู้สึกรักไดอารี่เล่มนี้มาก

เป็นสิ่งที่บันทึกตัวตนของเราในช่วงเวลาหนึ่งปีนั้นเอาไว้ ผูกพันกับมันมากๆเลยอ่ะ

 

มาถึงเล่มข่างล่าง เล่มนี้ก็ซื้อของบริษัทเดิมที่ทำไดอารี่รูปเจ้าชายน้อย

แต่ของปี 2008 ที่ซื้อมาเป็นคอนเซป Alice in Wonderland อ่ะ น่ารักมากเหมือนกัน

แต่เล่มนี้ไม่ค่อยได้เขียนเท่าไหร่ เขียนแค่ตอนที่ตัวเองรู้สึกอารมณ์ถึงจุดพี้กจริงๆ

แล้วหมี่ก็รู้สึกว่าผ่านมาหนึ่งปีแล้วที่มาอยู่แบบนี้ อารมณ์กับความรู้สึกของตัวเองลงตัวขึ้นมาก

ไม่ค่อยแปรปรวนเหมือนปีที่แล้วแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นการไปเที่ยว ไปดูคอนเสิร์ตมากกว่า

 

นี่สองสามวันก่อน เพิ่งเอาตั๋วเข้างานต่างๆมารวมๆกันแล้วแปะลงในตัวเล่ม

ส่วนใหญ่ตั๋วก็อยู่ครบนะ มีที่หายไปรู้สึกจะเป็นงาน golden disk T.T เศร้ามากๆเลยอ่ะ

คุ้ยหาทั้งห้องแล้วก็ไม่เจอ ฮือออ งานสำคัญด้วย ไม่รู้บัตรมันหายไปไหนเหมือนกัน....

 

ส่วนเล่มเล็กสุด คือไดอารี่พกพาของมหาลัย

ที่แต่ก่อนไม่เคยคิดใช้ เพราะว่ามันไม่สวยเท่าไหร่

แต่สรุปแล้ว มันPractical มากๆๆๆๆๆๆ อย่างปีที่แล้วปีแทบจะพกไปด้วยทุกที่เลย

 

มีครั้งหนึ่งมีคนหยิบผิดไปอ่ะ ตอนนั้นแบบใจหายวาบเลย ตารางที่เขียนแพลนไว้หนึ่งปีไม่อยู่ในกระเป๋าแล้ว

แต่ดีที่หมี่เขียนเบอร์โทรติดเอาไว้ แล้วคนนั้นเค้าก็น่ารักโทรกลับมาหาด้วย ><~ เลยได้ใช้จนครบปีจนได้

มะวานลองเอามันมากางเล่นๆดู ก็ตกใจเหมือนกันนะ ไม่รู้ว่าตัวเองทำอิตารางพวกนี้เข้าไปได้ยังไง

มีแต่อะไรไม่รุ แต่ละวันๆสับสนวุ่นวายละเกิน - -"

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

Farewell Party with my friends~^^

 

 

วันก่อนก็ไปงานอำลาเพื่อนๆที่กำลังจะจบกันเทอมนี้

ส่วนใหญ่จะเป็นพวกปอโทอ่ะ บางคนก็สนิทมาก บางคนไม่เจอกันมาแล้วเป็นปีๆ

รู้สึกใจหายนะ เพื่อนจะกลับประเทศกันไปแล้ว T.T....

 

หมี่นั่งอืดอยู่ซ้ายสุด หลังจากโหมกระหน่ำเขมือบทุกอย่างที่ขวางหน้า (ฟรีหนิ)

เราก็มาเม้าท์แตกกัน คืออ... แต่ละคนก็พูดคนละภาษา

เพื่อนก็พูดอังกิดไม่เก่ง เกาหลีแต่ละคนก็ได้กันงูๆปลาๆ

แต่ก็เม้าส์กันได้ ซะร้านเค้าแทบพัง - -" สามารถเนอะ ไม่รุเราทำกันไปได้ยังไง 555

 

พอจบงานก็มีจับฉลากแลกของขวัญอะไรกันไป

เดินไปลาเพื่อน กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันเฮฮา

เป็นงานที่อบอุ่นดีอ่ะ นานๆจะได้เจอกันพร้อมๆหน้าซักที

 

 

 

 

หลังจากจบงานก็มานอนอ่านการ์ตูน เจอตูนน่ารักๆอีกแล้วอ่ะ

ปกติอ่านแล้วก็อ่านผ่านๆนะ หมี่ชอบการ์ตูนที่อ่านแล้วดูบรรยากาศอบอุ่นอ่ะ

ไม่รู้ว่าชื่อญี่ปุ่นชื่อเรื่องว่าอะไร แต่เกามันเขียนว่า "들리지 않는 목소리"

แปลเป็นไทยได้ประมาณว่า "เสียงเรียกที่ไม่มีใครได้ยิน" โรแมนซ์เน้ออออ

เรื่องนี้คนแต่งชื่ออาจารย์ "โคยามะ อาซึกิ" ~~ ^^

พระเอกในเรื่องไม่ได้หล่อเว่อแบบเรื่องอื่นๆนะ แต่เป็นคนเท่ห์ๆนะ นายเอกก็ไม่ได้หน้าตาน่ารัก

แต่พระเอกบอกว่านายเอกน่ารักที่สุดในโลกก ><~ อ่านแล้วปี้ดปิ้วหัวใจมากได้อีก

 

เรื่องมีอยู่ว่า พระเอกกับคุณน้องคนนี้เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องในชมรมฟุตบอลของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง

สองคนนี้สนิทกันมากอ่ะ นายเอกก็ชื่นชมพระเอกในฐานะรุ่นพี่ แต่ไม่ได้คิดอะไรนะ

แต่คุณพระเอก ระหว่างมองคุณน้องเค้าเช็ดลูกเบสบอลก็เกิดสป้าคในหัวใจ

ว่าน้องคนนี้ น่ารักมากๆ แล้วก็ปิ้งน้องเค้าตั้งแต่นั้นมา

 

--> หน้านี้ชอบมากๆ ตอนนี้พระเอกบอกว่าชอบไปแล้วอ่ะ แต่นายเอกไม่ยอมรับฟัง

พระเอกก็มือไวมากๆๆ ไปโอบไหล่เค้า กี้ดดด >3<

 

ตอนนี้น้องหนูเริ่มใจสั่น ยอมให้จุ้บแล้ว

บรรยากาศตอนค่ำๆ หลังเลิกซ้อมเสร็จ ดูแล้วน่าจะเป็น รร. มัธยม ตจว อ่ะ ดาวครึ้มเชียว 555+

บรรยากาศโรแมนติกมากม้ากกก เหมือนมีอยู่แค่สองเราบนโลกใบนี้ ~~>< 

 

มีหลายประโยคเลยอ่ะ ในเรื่องนี้ที่อ่านแล้วชอบมากๆ

อย่าตอนนึงที่น้องหนูมาดูดาวกับคุณรุ่นพี่ น้องหนูบอกว่าตัวเองไม่เห็นจะน่ารักตรงไหนเลย

ไม่มีอะไรโดดเด่น หน้าตาก็งั้นๆ ทำไมถึงมาชอบเค้า

พระเอกบอกว่า นายเอกอ่ะ เข้าถึงยากกว่าดาวบนท้องฟ้าอีกนะ

 

"만지려고 했더니 간단히 만질수 있었고

만졌더니 네가 멀어졌어." --

แปลๆ "พอคิดจะเข้าไปสัมผัส ก็สามารถสัมผัสนายได้ง่ายดาย

แต่พอลองสัมผัสไปแล้ว นายก็เหมือนจะหนีห่างจากชั้นไปไกลขึ้นอีก"   

---> อะโฮ้วววว~~~~~ จิกกบาล อ่านแล้วดิ้นๆกับหมอนข้าง

 

เป็นเรื่องที่เขียนบทได้น่ารักอ่ะ ถึงเรื่องจะไม่มีฉากวาบหวิว

หรือฉากมีเซ็กซ์อะไรเร้าใจ แต่ทุกบรรยากาศน่ารักมากๆ

ต่างกับเรื่องที่เอามาลงเอนทรี่ที่แล้วคนละอารมณ์เลย

หมี่ชอบทั้งสองเรื่องนะ เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ประทับใจได้อีก~~~ เลิฟๆๆ

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

080108 Incheon Airport -- Back from Beijing

 

 

เมื่อขาไปจีนคราวนั้นไม่ได้ไปส่งอ่ะ เสียดายนิดๆเหมือนกัน

แต่ตอนนั้นรู้ช้าด้วย แล้วคนก็ไปน้อยด้วย ไปก็คาดว่าต้องวิ่งกันหัวฟู

หมี่เลยไปเรียนดีกว่า ไปเป็นเด็กดีกะเค้าซะมั่ง 555+

 

แต่ตอนขากลับนี่ก็ใช่ว่าจะหัวไม่ฟูนะ

วันนั้นหมี่กับออนนี่ก็ไปกันซะเร็วเชียว ไปนั่งๆ หาอะไรกินรอกันไป ชิวๆ

พอตอนใกล้เวลาจะออกมานี่สิ่ ประสาทจะกิน - -"

อย่างที่รู้กันว่ามันมีคราวก่อนนู้นนนน ที่การ์ดมันเริ่มหลอกแฟนเป็นครั้งแรก

แล้วหลังจากคราวนั้นมันก็หลอกเรื่อยมาทุกครั้งไป จนแฟนทุกคนต้องวิตกจริตไปกะมัน

 

แล้วคือคราวนี้มันก็จะหลอกอีก แต่มาพลาดเพราะความเสร่อไม่เข้าเรื่อง

คือเกทที่เปิดตอนนั้นมีแค่ทางออก D กับ E อ่ะ ไฟลท์ที่จะลงวันนี้ก็ขึ้นไว้ว่าทางออก E 

(ส่วนใหญ่มันจะออก F ซึ่งเป็นเกทริมสุด แต่วันนี้มันดันปิด)

การ์ดอะไรก็มายืนแสตนบายตรงทางอกก E เรียบร้อย

 

ปรากฏว่าตอนทงบังมันเอากระเป๋าอะไรเรียบร้อย ข้างในที่ตามอยู่ก็โทรออกมาว่าทงบังเดินจะไปออก F กัน

แฟนก็วิ่งหัวฟูจากอีไปเอฟ แล้วสุดท้ายข้างในก็บอกอีกว่า มันเดินกลับไปเกทE อีกแล้ว

พระเจ้า~ ไอข้างในนี่เดินไปเกทเอฟแล้วไปเจอเกทมันปิดละสิ่ มะได้รู้เรื่องอะไรเล้ยย เสร่อมากๆ

ทำเอาหมี่ต้องวิ่งกลับมาอีอีกรอบ ทันพอดีเป้ะๆๆๆ พี่มิคกำลังเดินออกมา

 

แล้ววินาทีนั้นก็ไม่รู้เรื่องอะไรแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามสัญชาตญาณ

คนแบบวิ่งกันเยอะมากอ่ะ ด้วยความรีบด้วย สติแตกด้วย

วิ่งกันเป็นก้อนๆ น่ากลัวมาก ตอนนั้นเพิ่งตระหนักว่าคนมันมารับเยอะได้ใจจริงๆ - -

ประชาชนคนธรรมดาต้องเดินหลบกันหมดอ่ะ กลัวเกนการจลาจล 555

 

หมี่ก็พยายามวิ่งนำมาข้างหน้าก่อนทงบังจะมา เพื่อหนีตาย เอ้ย หามุมถ่าย - -;;

พยายามหาที่สูงขึ้นปีน พอทงบังออกไปแล้วนี่

แฟนมันเบียดประตูกันซะ ประตูอัตโนมัติสนามบินพังต่อหน้าเลยอ่ะ

 

หมี่คาดว่าหมี่คงอยู่ใกล้ๆพี่ชู่ว ณ ขณะนั้น เพราะเราเจอเหตุการณ์เดียวกัน

ทุกคนแบบสติแตก กรี้ดร้องวุ่นวายมากตรงประตู พอหลุดออกมาได้ ก็เห็นทงบังกำลังรอรถวนมา

เอิ่มม - - จะเสร่อไปไหนเนี่ย นอกจากจะหลอกเกท F ไม่สำเร็จแล้ว

รถแกต้องไปวนกลับมาใหม่ด้วย ต้องมายืนให้แฟนตอดอยู่นานสองนาน